“แตงโม” เคยเล่ าไม่ลงร อยกับแม่

ฟังชัดๆ “แตงโม” เคยเล่ าไม่ลงร อยกับ “แม่” มานานกว่า 10 ปี

ย้อนฟังชัดๆ “แตงโม” เคยเล่ าไม่ลงรอยกับ “แม่จิ๋ม” มานานกว่า 10 ปี กล างรายการดัง ไม่คิดว่าคำนี้จะหลุ ดจากป ากแตงโม

พิธีกร : คุณพ่อ คุณแม่แย กทางกันตั้งแต่ 3 ข วบ? แตงโม : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นถามว่ารู้ไหม ก็ยังงงๆ ก็จะพอทร าบอยู่ว่าคุณพ่อ คุณแม่มีป ากเ สียง

สักพักก็จะคิดว่าทำไมเหลือแต่คุณพ่อคนเดียว จ นโตขึ้นมาหน่อยถึงรู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่แ ยกทางกัน ตอนที่อยู่กับคุณพ่อ อย่ างที่หลายๆ คนเห็น

คุณพ่อเป็นคุณพ่อเ ลี้ยงเ ดี่ยว ลองผิ ด ลองถู กด้วยตัวเอง คุณพ่อพย าย ามเติมเต็มให้เรา เพราะว่าเราไม่ได้อยู่กับคุณแม่ แต่บางเรื่อง

ที่เป็นเรื่องผู้หญิง เช่น เรื่องของประจำเ ดือน คุณพ่อก็ยังย กให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่อยู่ในเรื่องของการปรึ กษาอะไรพ วกนี้”

พิธีกร : ตอนเ ด็กเราอยู่กับพ่อจริง แต่เรายังคุยกับคุณแม่ตลอ ด? แตงโม : “ใช่ค่ะ เขาจะตกลงกัน เสาร์-อาทิตย์ ไปอยู่กับคุณแม่ ปิดเทอมไปอยู่กับคุณแม่ วันธ รรมดาก็จะอยู่กับคุณพ่อ”

พิธีกร : แล้วช่ วงที่ข าดการติ ดต่อกับคุณแม่ไป ช่วงวั ยไหน? แตงโม : “น่าจะเป็นช่วงที่เข้าวงการมาแล้วสั กพัก ที่ห่ างกับคุณแม่เพราะว่าตอนนั้นคุณแม่

ก็มีคร อบครัวด้วย คุณแม่แต่งง านกับคุณท่านนึง ซึ่งเราเองก็อย ากให้เ กียรติด้วยที่จะไม่เอ่ยถึงเขา เพราะว่าเขาเป็นคร อบครัวเดียวกันแล้ว”

พิธีกร : แล้วทำไมตอนเ ด็กๆ ถึงย้ ายบ้านห นีแม่? แตงโม : “คุณแม่มีคร อบครัวใหม่ ตัวโมเองก็ทำง านค่อนข้ างเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นโอเค

เราต่ างคนต่ างอยู่ดีกว่า คือเราคิดเอง เราไปดีกว่า โดยที่ไม่ได้บอกอะไรคุณแม่เลย ตอนนั้นเป็นช่ วงที่ตัวโมเองยังเป็นวั ยรุ่นที่ยังคิดไม่ได้ รู้สึกว่าคุยกันทีไรไม่ค่อยรู้เรื่อง ทั ศนคติไม่ค่อยลงร อยก็เลยห นี”

พิธีกร : ตอนเ ด็กที่เราห นีแม่ไปกับพ่อ มีแอบคิดไหมว่าแม่ไม่รักเรา? แตงโม : “อันนี้เป็นป มตั้งแต่เ ด็กๆ เลย ด้วยความที่คุณแม่มีพี่ชายมาก่อน

แต่คนละคุณพ่อกัน เราจะคิดว่าคุณแม่รักพี่ชายมากกว่า เพราะว่าเขาเป็นลูกคนแรกและเป็นลูกชาย เรามีความรู้สึกว่าทำไมคนสองคนมีลู ก

แต่ทำไมไม่ย อมดีกันเพื่อลู ก เรามีความรู้สึกว่าทำไมผู้ใหญ่สองคนนี้เขาไม่ได้รักเราจริงเหร อ ถ้าเขารักเราจริง เขาต้องท นอยู่กันได้เพื่อลู ก

อันนี้คือความคิดของตอนที่เป็นเ ด็ก แต่พอเราโตขึ้นมาพอที่จะรู้คว ามแล้ว เริ่มมีแฟน ได้ประส บการณ์ความรักของตัวเอง และจ ากการที่เรามีลู กเอง เราจะเข้าใ จแม่มากขึ้นเรื่อยๆ”

พิธีกร : แม่รู้ไหม ตอนเด็ กๆ เขาคิดแบบนี้? แตงโม : “รู้ๆ แต่แม่ไม่อย ากทำลายคร อบครัว คือคุณพ่อรักเขามาก ดูแลทุกอย่ างไปรับ ไปส่งก องถ่าย

เขาอยู่กับพ่อก็ดีกว่าไปอยู่กับคนอื่น เราก็ปล่อยเขาไป แต่ขอแค่เราต ามให้เจอ แค่นั้น” พิธีกร : นานขนาดไหนที่พี่โมกับคุณแม่ แ ยกออกจ ากกัน ไม่ติ ดต่อกันเลย? แตงโม : “เคยเกินปีนะ 3 ปีเคยมี”

พิธีกร : แล้วมันกลับมารักกัน สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่? แตงโม : “สมัยก่อน เราก็กำหน ดไว้ชัดเจ นว่าเราอยู่กับพ่อ เจอกับคุณแม่เป็นบางครั้ง

มีอยู่ช่ วงนึงประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว โมไม่สบ ายมากๆ คือโมเป็นซึ มเศร้ าหนั กมากในช่วงที่คุณพ่อก็เพิ่งเริ่มป่-วย แล้วโมมีเรื่องส่วนตัวที่โมเ จ็บหนั กมาก

และเ สียใจมาก ไม่สาม ารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โมก็เลยไปโ รงพย าบาล อยู่ในว อร์ดจิ ตเ วชประมาณ 7 วัน โมรู้สึ กว่าอยู่ในนั้นคล้ ายๆ อยู่ในคุ-กดีๆ

นี่แหละ ทุกอย่ างสื่ อสารกันไม่ได้ ห้ ามคนไ ข้คุยกัน แล้วมีความรู้สึกว่าตอนนั้นไม่รู้สึ กอะไร อย ากโทรหาคุณแม่ อย ากบอกคุณแม่ว่าเราไม่สบ ายนะ

เพราะว่าคุณพ่อก็มาเ ยี่ยมทุกวันอยู่แล้ว แต่ว่าแม่ยังไม่รู้เลยว่าลูกตัวเองเป็นอะไร เพราะฉะนั้นขอคุณพี่พย าบาลว่าขอโทรหาคุณแม่หน่อย

โมจะบอกไว้เลยว่าใครบ้างที่โมจะให้เข้าเ ยี่ยม แล้วใครบ้างที่โมจะรับสายหรือโทรออก โมก็โทรหาคุณแม่ บอกคุณแม่ว่าน้องไม่สบ าย”

พิธีกร : แสดงว่าชีวิ ตเราเพิ่งจะเ ปลี่ยนได้ 2-3 ปีนี้เอง? แตงโม : “ใช่ค่ะ เพิ่งกลับมาสนิทกับคุณแม่ เมื่อก่อนเหมือนสนิทกันในความรู้สึ กแม่ ลู ก

รู้คว ามเป็นมา เป็นไปของกันและกันแบบห่ างๆ แต่ไม่ลึ กมากเท่ากับ 2-3 ปีที่ผ่านมาคือในช่วงปล ดล็ อกที่โมอยู่โ รงพย าบาล

และอีกครั้งเป็น ช่วงที่คุณแม่มาหาตอนที่คุณพ่อไม่สบ าย คุณแม่มาอยู่กับคุณพ่อแท บทุกวัน แล้วโมมีความรู้สึ กว่านี่แหละ

ภ าพที่โมอย ากเห็นแล้วสุ ดท้ายคนที่เคยรักกัน เขาเป็นห่ วงเป็นใยกัน แล้วโมรู้สึกว่ามันมีว าระของมันที่จะเ กิดในสิ่งที่เราอย ากให้เ กิด”

ขอบคุณ : ร  า ย ก า ร คุ ย แ ซ่ บ โ ช ว์

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น