แห่อาลั ย

 สิ้ นร าชาเพลงลูกทุ่งไทย

ด่ วน “ไวพจน์ เ พชรสุพรรณ” เ สียชีวิ ตแล้ว สิ้ นร าชาเพลงลูกทุ่งไทย วันที่ 12 มกรา 2565 ขอแสดงความเ สียใ จกับทางคร อบครัว

ด้ านลู กศิ ษย์และคนในวงก ารต่ างพากันอาลั ยต่อการจ ากไปของอีกหนึ่งตำน านเพลงลูกทุ่งไทย โดยคุณพ่อไวพจน์ เ พชรสุพรรณ

เ สียชีวิ ตลงอย่ างสง-บที่โ รงพย าบาลต ากสิ น กรุงเ ทพมหานคร วันนี้ 12 ม.ค. 65 เวลาประมาณ 15.00
คุณพ่อไวพจน์ เ พชรสุพรรณ

เป็นนักร้oงเพลงลูกทุ่งชื่อดั งระดั บตำน านของประเทศไทย และอยู่ในวงก ารมานานหลายสิบปี โดยสร้ างผลง านเพลงออกมามากมายนับไม่ถ้ วน

จ วบจ นถึงปัจจุบันก็ยังคงผลิ ตผลง านเพลงออกมาอย่ างต่อเนื่อง ในจำน วนนั้นเป็นเพลงดั งที่ฮิ ตติ ดหูม ากมาย นอกจากนั้นก็ยังมีความเ ชี่ยวช าญ

ด้ านเพลงพื้นเ มืองภาคกล างชนิดหาตัวจั บได้ย าก และได้สร้ างผลง านเพลงประเภทนี้ออกมามากกว่าศิลปิ นเพลงพื้นบ้ านคนใด

ไวพจน์ เ พชรสุพรรณ ยังมีความสาม ารถด้ านการแต่งเพลง และได้แต่งเพลงดั งให้กับนักร้oงหลายคน ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้ างร าชินีลูกทุ่งคนที่ 2

คือ พุ่ มพวง ด วงจันทร์ ขึ้นมาประดั บวงก ารเพลงเ มืองไทยด้วย ไวพจน์ เ พชรสุพรรณ ได้เป็นศิลปิ นแห่งช าติ ส าขาศิลปะการแสดง (นักร้-องเพลงลูกทุ่ง) เมื่อปี พ.ศ. 2540

สำหรับ ไวพจน์ เ พชรสุพรรณ เ กิดเมื่อ 7 มีนา พ.ศ. 2485 ที่ ห มู่ 2 ตำบลมะข ามล้ ม (ปัจจุบันเป็น ตำบลวังน้ำเย็น) อำเภอบางปล าม้า

จังหวั ดสุพรรณบุรี เป็นบุ ตรน ายจำปี และนางอ่ำ สกุ ลณี เป็นช าวไทยเ ชื้อสายล าว เรียนจบชั้นประถมศึ กษาปีที่ 4 โ รงเรียนวัดวังน้ำเย็น อ.บางปล าม้า จ.สุพรรณบุรี เ สียชีวิ ตเมื่อ 12 มกราคม พ.ศ. 2564

ไวพจน์ เ พชรสุพรรณ เริ่มหั ดร้oงเพลงอ ีแ ซว เพลงพื้นบ้ านของ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่อ ายุ 2 ข วบ โดยได้ฝึ กหัดและหั ดต ามม ารดา

ซึ่งเป็นแม่เพลงอ ีแ ซว จ นสาม ารถร้oงเพลงอ ีแ ซว และเพลงแ หล่ได้เมื่ออ ายุ 14 ปี จ ากนั้นได้หั ดร้ องลิเกกับคณะลิเกประที ป แสงกระจ่ าง

เมื่ออ ายุ 16 ปีได้เข้าประก วดร้oงเพลงครั้งแรกที่วัดท่าตล าด ต.วัดโ-บสถ์ อ.บางปล าม้า จ.สุพรรณบุรี เพลงที่ร้-องเป็นเพลงแ หล่ของ พร ภิรมย์ ชื่อเพลง “จันทโครพ” ปร ากฏว่าได้ร-างวั-ลที่ 1

คุณพ่อไวพจน์ เป็นผู้มีความสาม ารถรอบตัว เพราะนอกจ ากจะร้oงเพลงลูกทุ่งได้ยอ ดเ ยี่ยมแล้ว ยังมีความสาม ารถเล่นเพลงพื้นบ้านได้เ กือบทุกชนิด

ทั้งเพลงฉ่ อย เพลงอ ีแ ซว เพลงเ รือ เล่นได้หม ดและเล่นได้ดีขนาดโ ต้ตอบด้วยปฏิภ าณกวีได้ โดยเฉพาะการแ หล่ ทุกคนในวงก ารล้ วนย ก ย่ อ ง

ให้ไวพจน์เป็น ” ร าชาเพลงแ หล่ “ เพราะมีเพลงแ หล่บันทึกแผ่นเ สียงมากที่สุดในประเทศไ ทย ทั้งยังสาม ารถแ หล่ด้นกลอนส ดได้อย่ างไม่ติ ดขั ด

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น